ดินเนอร์หรูบนเครื่องบินลำใหญ่ที่ Na-Oh Bangkok


เป็นอีกร้านอาหารที่ต้องโน้ตไว้เลยว่าที่นี่จะเป็นสถานที่พิเศษที่ต้องไปในโอกาสพิเศษ กับเครื่องบินลำใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางโครงการช่างชุ่ย หลายคนต้องสงสัยว่าบนเครื่องบินลำนี้มีร้านอาหารที่ซ่อนอยู่เป็นแบบไหน และมีเมนูไหนบ้าง #ไปกับโปร มีโอกาสได้ไปที่ Na-Oh Bangkok แห่งนี้ เลยไม่พลาดที่จะนำมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน กับรีวิวนาโอ ร้านอาหารหรูบนเครื่องบิน

Na-Oh Bangkok – Airplane Fine Dining มาจากคอนเซ็ปต์ของเรือโนอาห์ที่พาผู้รอดชีวิตไปยังโลกใหม่เหนือจินตนาการ ตั้งตะหง่านกลางช่างชุ่ย ถนนสิรินธร บอกเลยว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ไม่ค่อยเจอที่ไหนมาก่อน ร้องว้าวตั้งแต่ก้าวขึ้นลิฟท์ แสงสีบรรยากาศตื่นเต้นเร้าใจ ภายในเครื่องบินนาโอ ตกแต่งได้อลังการมากทั้งแสง สี เสียง

มีสัตว์สตาฟขนาดใหญ่ ซึ่งหลายตัวเลยที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ของจริงทุกตัว แต่ละตัวตายตามธรรมชาติและมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เป็นของสะสมส่วนตัว มุมนั่งดื่มค็อกเทลก็ชิลๆ ใครไม่ทานอาหารจะมานั่งดื่มสวยๆ ก็ได้

ยืนถ่ายรูปตรงมุมบาร์ก็ชิค มุมดินเนอร์ริมหน้าต่างเครื่องบินก็สวย ห้องลับใต้ห้องเครื่องก็อลังการเต็มไปด้วยสัตว์สตาฟที่มากันแบบยกฝูง โคมไฟแชนเดอร์เลียร์ก็ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูลัคซ์ชัวรี่มากๆ เหมาะกับการถ่ายรูปลงโซเชียลรัวๆ ถ่ายมุมไหนก็สวย ได้อารมณ์วินเทจชิคๆ เก๋ๆ

มาถึงเรื่องอาหารกันบ้าง ที่นี่จะเสิร์ฟอาหารเป็นคอร์ส และเปลี่ยนเมนูทุกๆ 6 เดือน สำหรับ EP ใหม่ล่าสุด เพิ่งเริ่มต้นหลังสงกรานต์ 2022 คือ EP 7 : Unknown (ไม่มีชื่อ ไม่รู้จัก) อาจไม่มี Concept เด่นชัดเหมือน ep ที่ผ่านมา แต่เน้นเรื่องวัตถุดิบที่ดีเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลก และรสชาติอาหารที่อร่อย กรรมวิธีการปรุงและการจัดจานที่สวยงามให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับค่ำคืนพิเศษ

อาหารที่เรียกว่า Fine Dining หมายถึงอาหารชั้นเลิศที่มีราคาแพงกว่าภัตตาคารทั่วไป อาหารทุกจานจะปรุงขึ้นจากวัตถุดิบชั้นยอดและปรุงรสชาติอย่างพิถีพิถัน อาหารบางชนิดก็เป็นเมนูพิเศษที่มีแค่ในบางฤดูกาลเท่านั้น ผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดีตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การดีไซน์รสชาติ วิธีการปรุง ปริมาณความร้อนไปจนถึงจัดวางอาหารในแต่ละจาน เรียกได้ว่าสวยจนไม่กล้ากินเลยแหละ และพนักงานจะแนะนำอาหารอย่างละเอียดทีละจาน พร้อมแนะนำวิธีการกินที่ได้รสชาติมากที่สุดตามการดีไซน์ของเชฟ

มีให้เลือก 3 แบบด้วยกัน
𝐅𝐢𝐫𝐬𝐭 𝐜𝐥𝐚𝐬𝐬 :
8 courses : 2,800++ per person
𝐁𝐮𝐬𝐢𝐧𝐞𝐬𝐬 𝐜𝐥𝐚𝐬𝐬 :
6 courses : 1,800++ per person
𝐄𝐜𝐨𝐧𝐨𝐦𝐲 𝐜𝐥𝐚𝐬𝐬 :
4 courses : 999++ per person
(Available only Monday-Friday)
** This prices are excludes drinks,10% service charge,7%vat

สำหรับที่ได้รับประทานกันไป คือ Frist Class หรืออาหารทั้งหมด 8 คอร์สหลัก จะเริ่มต้นด้วยจานเป็น Complimentary from Chef หรือจานพิเศษที่เป็นอภินันทนาการจากเชฟ เสมือนเมนูล้างปาก ซึ่งไม่นับเป็นคอร์ส ด้วยอาหาร 3 คำ จาก 3 มุมทั่วโลก วิธีการทานต้องทานตามลำดับที่เชฟได้ดีไซน์ไว้เรียบร้อยแล้ว

เริ่มจาก Pesto, Green Vegetable เพสโต้ หรือซอสพาสต้าสีเขียวอาหารอิตาเลี่ยน ที่มีส่วนผสมของถั่วลันเตา
Chicken Masala หรือไก่สไตล์อินเดียมาโอบอุ้มแป้งแล้วนำไปทอด มีรสเครื่องเทศอินดียเบาๆ และ Shrimp Salad ยำกุ้งในกระทงทอง เปรี้ยวแซ่บ สไตล์ไทยๆ

สำหรับอาหาร 8 คอร์ส ของ Frist Class ต้องบอกว่า ยกวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากทั่วโลกมาใส่ไว้ทุกจาน ซึ่งบางจานเชฟเดินทางไปตามหาวัตถุดิบด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมสายพันธุ์ชีลลาโด (Gillardeau) จากฝรั่งเศส เห็ดทรัฟเฟิลสีดำราชาของเห็ดทรัฟเฟิลจากฝรั่งเศส หอยเซลล์จากอเมริกา ปลา Halibut หรือปลาทะเลน้ำลึก ตับห่านหรือฟัวกราส์ ส่วนจานหลักก็มีให้เลือกเนื้อถึง 3 อย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัวสายพันธุ์ไทยเกรดพรีเมียม แกะจากออสเตรเลีย และเป็ด เมนูของหวานถึง 2 จาน และตบท้ายเมนูล้างปากขนมหวานจานพิเศษจากเชฟ…ไอศกรีมเห็ดทรัฟเฟิลดำ

OYSTER, APPLE JUICE, SOUR CREAM, DILL หอยนางรมจากฝรั่งเศส สายพันธุ์ชีลลาโด (Gillardeau) ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นราชินีแห่งหอยนางรม ด้วยรูปทรงที่สวยงามรสชาติที่เฉพาะไม่ซ้ำใคร มีความเข้มข้นหวานมันเค็มของน้ำทะเลอย่างชัดเจน กลิ่นรสเหลือในปากนานกว่าทุกสายพันธุ์ ผสมผสานกับความสดชื่นของน้ำแอปเปิ้ล รสเปรี้ยวของมะนาว และความหอมนุ่มๆของครีมชีส และสัมผัสกรุบกรอบของข้าวพอง เพิ่มกลิ่นด้วยผักชีฝรั่ง วิธีการทานใช้ช้อนตักทั้งคำเข้าปากทีเดียว

GNOCCHI, TRUFFLE SAUCE, PARMIGIANO เมนูเห็ดทรัฟเฟิล คือญ็อกกี้หรือเส้นพาสต้าสไตล์อิตาเลียน ที่มีส่วนผสมหลักเป็นแป้งและไข่ จะปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ แล้วด้านในยัดไส้ด้วยเห็ดทรัฟเฟิลขาว และด้านล่างจะเป็นเห็ดทรัฟเฟิลดำครีมชีสที่สั่งมาจากฝรั่งเศส ด้านบนสุดคือ PARMIGIANO หรือชีสชื่อดังจากอิตาลี เวลาทานต้องเคาะ PARMIGIANO ด้านบนให้แตกคลุกกับซอสเห็ดทรัฟเฟิลแล้วกินด้วยกัน

SCALLOP, PONZU, BUTTER NUT CURRY, PISTACHIO หอยเซลล์ที่ส่งตรงมาจากสหรัฐอเมริกา เพิ่มรสชาติด้วยซอสเนยถั่วสีเหลืองที่มีกลิ่นและรสชาติของเครื่องแกงนิดๆ และอีกด้านจะเป็น PONZU FOAM กลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น โรยหน้าด้วยถั่ว PISTACHIO แนะนำให้ทานเนื้อของหอยเซลล์คู่กับซอสเนยถั่วและ PONZU และถั่ว PISTACHIO

HALIBUT, MISO BEURRE BLANC , ARTICHOKE, CAPSICUM เนื้อปลา Halibut หรือปลาทะเลน้ำลึกนำมาย่าง และด้านบนของเนื้อปลา เชฟจะนำ อาร์ทิโชก ซึ่งเป็นพืชเมืองหนาว มีถิ่นกำเนิดในยุโรปเขตเมดิเตอร์เรเนียน มีสรรพคุณทางยา เป็นเมนูสำคัญของงานเลี้ยงทางยุโรปมาทำให้กรอบดีไซน์ให้คล้ายเกล็ดปลา ส่วนซอสจะเป็นซอส BEURRE BLANC หรือซอสเนยขาวแบบฝรั่งเศสและซอสพริกชี้ฟ้า และมีฟักทองพูเรอยู่ด้านบน พูเรก็คืออาหารที่บดจนข้น จานนี้คืออาหารสไตล์ไทย+ฝรั่งเศส เวลาทานต้องทานทั้งเนื้อปลาและซอสต่างๆให้อยู่ในคำเดียวกันเพื่อให้ได้ครบทุกรสชาติ

FOIE GRAS, SWEET FISH SOUCE, MANGO, FISH CRISPY ตับห่านหรือฟัวกราส์จากฝรั่งเศส ที่จี่บนกะทะ และสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ด้วยการกินฟัวกราส์กับซอสน้ำปลาหวาน และมะม่วงน้ำดอกไม้ โรยหน้าด้วยปลาแห้งและมะม่วงหิมพานต์ เมนูที่รังสรรค์เป็นพิเศษทำให้หลงรักฟัวกราส์

DUCK : BEEF : LAMB (จานหลัก หรือ Main Courses ให้เลือกได้ 3 ประเภท คือเนื้อเป็ด เนื้อวัว เนื้อแกะ) CARROT CARAMELIZED, CARROT PICKLE, CARROT POWER
โดยเนื้อเป็ดและเนื้อวัวจะเป็นของไทย เนื้อวัวเป็นไทยเฟรนช์คุณภาพดี ส่วนเนื้อแกะนำเข้าจากออสเตรเลีย น้ำซอสของแต่ละจานทำจากน้ำสต๊อคของเนื้อสัตว์ชนิดนั้นๆ เช่น จานแกะ น้ำซอสก็ทำมาจากน้ำสต๊อคของแกะ สำหรับเนื้อวัวเลือกส่วนของสันนอก เนื้อแกะจะเลือกส่วนของซี่โครงแกะเด็ก ซึ่งเนื้อจะนุ่ม ไม่เหนียวและไม่มีกลิ่น ส่วนเป็ดเลือกในส่วนเนื้อสะโพก ทานคู่กับ CARROT CARAMELIZED ที่เคี้ยวจนให้ความรู้สึกเหมือนมันม่วง และมีแครอทดอง หรือCARROT PICKLE และแครอทลวกที่จัดวางเป็นรูปดอกกุหลาบอย่างสวยงาม

DAIQUIRI SORBET, CRAFT LIME COLA , STRAWBERRY เริ่มจาก Daiquiri ที่มีรัมขาว มะนาว น้ำตาล ปั่นรวมกับสตรอเบอรี่รสจัดๆ และน้ำราดเป็นมะนาวกับ cola ต่อด้วย CHERRY PORT WINE , BURNT WHIT CHOCOLATE , CINNAMON และเมนูขนมหวานล้างปาก LAST CHAPTER คือ BLACK PEARL TRUFFLE ไอศกรีมทรัฟเฟิลประสานกับเนื้อแบล็คทรัฟเฟิล และเกล็ดชาโคล กัดเข้าไปแล้วรสชาติระเบิดในปาก มีทั้งความครีม หอม และรสเค็ม

บางคนกลัวว่าการกินอาหารเป็นคอร์สจะไม่อิ่ม จะบอกว่าที่นาโอคืออิ่มกำลังพอดีๆ เหนืออื่นใดคือรสชาติอร่อยและรู้สึกได้ถึงความพิถีพิถันในการปรุงของเชฟ วัตถุดิบชั้นดี บรรยากาศก็ดี มีความเป็นส่วนตัว แต่งตัวมาให้เต็มที่เลย ถ่ายมุมไหนก็สวย ก็ปัง ใครที่คิดถึงการเดินทาง ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาดินเนอร์บนเครื่องบินหรูก็เก๋ไปอีกแบบ ที่สำคญราคาไม่แรงเลย จ่ายได้แน่นอน เทียบกับมื้อหรูในโรงแรมต่างๆ ได้สบาย เหมาะมากกับโอกาสพิเศษ ขอเป็นแฟน ขอแต่งงาน สละโสด วันเกิด ครบรอบแต่งงานหรือจะเหมาสถานที่จัดงานเลี้ยงก็ได้

Na-oh Bangkok for Reservation เปิด 17.00-22.00 น. ปิดทุกวันพุธ ตั้งอยู่ภายในโครงการช่างชุ่ย ถนนสิรินธร
โทร. 0886 122 188 , 02 007 7070 Line: https://bit.ly/2SQbLLY Map: http://bit.ly/2RLjWsS
https://web.facebook.com/NaOhBangkok