‘ธัญ’ ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีฟื้นฟูผิวสวยอย่างมีสุขภาพดีสำหรับคุณแม่หลังคลอด

“ระยะหลังคลอด” แน่นอนว่าย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายจากการตั้งครรภ์หลายอย่าง สร้างความกังวลใจให้คุณแม่หลังคลอดจนขาดความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการผิวแห้งขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำไม่สดใส ผิวแตกลาย รวมถึงผิวหย่อนคล้อย การดูแลผิวหลังคลอดอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณแม่หลังคลอดกลับมามีผิวสวยสุขภาพดีได้อีกครั้ง แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง มาแนะนำ “วิธีฟื้นฟูผิวสวยอย่างสุขภาพดี สำหรับคุณแม่หลังคลอด” กับผลิตภัณฑ์ ‘บอดี้ บัตเตอร์’ (Body Butter),ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion) และ ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซมาส์ก’ (Revitalising Face Mask) โดยมีเซเลบริตี้สาวคุณแม่มือใหม่มาร่วมเผยวิธีการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเอง อาทิ ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์, ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมลและ วรนันท์ จันทรัศมีที่ร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำ “วิธีฟื้นฟูผิวสวยคืนผิวใสสำหรับคุณแม่หลังคลอด” ว่า “ระหว่างการตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นส่งผลให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และหลังจากการคลอดลูกระดับฮอร์โมนดังกล่าวก็จะลดลงอย่างรวดเร็วและกลับเข้าสู่สภาวะปกติการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของฮอร์โมนนี้เป็นสาเหตุให้คุณแม่ประสบกับปัญหาผิวจนทำให้เกิดความไม่มั่นใจโดยปัญหาผิวที่มักพบได้บ่อยหลังการคลอดลูกคือ

  • ผิวหมองคล้ำพบได้ในหลายส่วนของร่างกายเช่นบริเวณข้อพับต่างๆอย่างรักแร้ขาหนีบคอเส้นกลางหน้าท้องลานหัวนมต้นขานอกจากนี้ยังพบกระฝ้าและจุดดำตามใบหน้ารวมถึงความหมองคล้ำใต้ดวงตาซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในช่วงตั้งครรภ์ที่ไปกระตุ้นเม็ดสีผิว (เมลานิน) ให้เข้มขึ้นกว่าเดิม  แม้หลังจากคลอดลูกไปแล้วสีผิวที่หมองคล้ำจะยังคงอยู่และจะจางลงตามธรรมชาติอย่างน้อย 3-6 เดือน
  • ผิวแห้งขาดน้ำหลังคลอดประมาณ 2 สัปดาห์คุณแม่อาจต้องเผชิญสภาวะผิวขาดน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากร่างกายจะมีการขับเอาน้ำที่สะสมในระหว่างตั้งครรภ์ออกไปทำให้อาการบวมน้ำลดลงวิธีสังเกตเบื้องต้นของอาการผิวขาดน้ำคือผิวแห้งปากแห้งลอกเป็นขุยกลืนน้ำลายแล้วเหนียวคอผมขาดหลุดร่วงง่ายน้ำนมออกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
  • ผิวแตกลายช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกเดือนผิวหนังจะเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วตามขนาดของทารกในครรภ์จึงทำให้เกิดผิวแตกลายตามมาไม่ว่าจะเป็นบริเวณท้องน้อยเต้านมหรือต้นขาซึ่งปัญหาผิวแตกลายมักจะเกิดในช่วงอายุครรภ์ 6-7 เดือนไปจนถึงหลังคลอด
  • ผิวหย่อนคล้อยช่วงหลังคลอดคุณแม่จะมีภาวะหย่อนคล้อยตามส่วนต่างๆเช่นหน้าท้องต้นขาต้นแขนเกิดจากน้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็วหลังการคลอดผิวจึงสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินไปทำให้ผิวขาดความกระชับหากเป็นคนที่มีสภาพผิวหย่อนคล้อยอยู่แล้วหลังคลอดอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้มากกว่าเดิม
  • ผื่นแพ้หลังคลอดสภาวะหลังการคลอดจะเกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายระดับของฮอร์โมนที่น้อยลงส่งผลให้ผิวหนังแห้งเกิดการระคายเคืองได้ง่ายเมื่อสัมผัสโดนสิ่งต่างๆ

ปัญหาผิวดังกล่าวข้างต้นจะค่อยๆ หายไปและดีขึ้นตามธรรมชาติซึ่งแต่ละบุคคลก็อาจใช้เวลาไม่เท่ากันสามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ตามปกติแต่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีความอ่อนโยนต่อผิวมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนานอ่อนโยนต่อผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่ายโดยไม่ทิ้งความมันส่วนเกินและไม่อุดตันรูขุมขนรวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มลดเรือนริ้วรอยและฟื้นฟูสภาพผิวควบคู่กันได้นอกจากนี้การสครับผิวอย่างสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวใหม่ทำให้ผิวที่หมองคล้ำจางลงและควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดแรงๆหรือหากมีความจำเป็นที่ต้องออกไปข้างนอกก็สามารถทาครีมกันแดดได้โดยเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF อยู่ระหว่าง 30-50 และมีค่า PA ที่เหมาะสม

‘ธัญ’ (THANN) ใช้เวลานับพันชั่วโมงในการไขความลับอันน่าอัศจรรย์ของ “ชิโซะ” พืชอัศจรรย์ที่อุดมด้วยสารสำคัญอันมีประโยชน์ อาทิ เช่น โรสแมรินิค แอซิด (Rosemarinic Acid), แอล-เพอริลลาดีไฮด์ (L-Perilladehyde) และฟีนอล คอมพาวด์  (Phenol Compound) โดดเด่นในการให้ความชุ่มชื้น ปกป้องและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพ อีกทั้งยังเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ทรงประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ด้วยสัดส่วนของวิตามิน A (มากกว่าผลกีวีถึง 300 เท่า), วิตามิน C (มากกว่าผลเลมอนถึง 160 เท่า) และวิตามิน E สูง พร้อม วิตามิน B1, B2, B6, K, แร่ธาตุและโปรตีนหลากชนิด นอกจากนี้ในสารสกัดจากชิโซะยังมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) และด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของสารสกัดจากชิโซะนำมาผ่านกระบวนการสกัดด้วย “นาโนเทคโนโลยี” ปราศจากการใช้สารเคมีจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ได้อนุภาคขนาดนาโนเมตร (10-9) ทำให้ได้อนุภาคขนาดเล็กสามารถซึมเข้าสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) เกิดประสิทธิภาพการบำรุงอย่างล้ำลึก โดยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับฟื้นฟูสภาพผิวให้สวยสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ ได้แก่ 

‘บอดี้ บัตเตอร์’ (Body Butter) ขนาด 350 มล. ราคา 1,700 บาท ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย สูตรเสริมประสิทธิภาพที่ให้มากกว่าแค่ความชุ่มชื้น แต่ยังสามารถรับมือกับผิวเปลือกส้มที่หลายคนกังวลใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion) ขนาด 100 มล. ขนาด 1,200 บาท ผลิตภัณฑ์เติมเต็มความชุ่มชื้น สำหรับผิวหน้าสูตรที่พัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะซึมซาบเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน และไม่อุดตันรูขุมขน

‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซมาส์ก’ (Revitalising Face Mask) ราคา 1,090 บาท มาส์กหน้าสูตรเข้มข้นที่รวมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้สว่างใสอย่างไร้ที่ติ 

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผิวตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่คุณแม่ป้ายแดง ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ เผยว่า “ปกติเราเป็นคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิวรวมถึงพิถีพิถันในการเลือกรับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบเรื่องผิวพรรณหรือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายระหว่างการตั้งครรภ์มากนักในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ก็จะมีสภาวะผิวแห้งขาดน้ำและปัญหารอยแตกลายบริเวณท้องน้อยแต่เราเตรียมพร้อมรับมือด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นและคืนความเรียบเนียนให้กับผิวอย่างบอดี้บัตเตอร์เป็นประจำและมาส์กหน้าสัปดาห์ละครั้งด้วยรีไวทอลไลซิ่งเฟซมาส์กเพื่อคืนความกระจ่างใสสู่ผิวค่ะ”

ถัดมาที่คุณแม่ลูกแฝดวรนันท์ จันทรัศมี เล่าว่า “ตั้งแต่ตั้งครรภ์ลูกแฝดเห็นได้ชัดเลยว่าผิวพรรณเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากถึงแม้ว่าเราจะทาครีมบำรุงผิวเป็นอย่างดีแต่ผิวก็ยังแตกลายส่วนช่วงหลังคลอดก็ยังประสบปัญหาผิวหย่อนคล้อยอีกด้วยยิ่งช่วงที่ต้องให้นมลูกๆจะรู้สึกเลยว่าผิวแห้งมากทั้งที่จากเราเป็นคนผิวค่อนข้างมันสิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ  เราจะเน้นเรื่องการฟื้นบำรุงผิวโดยเราเลือกใช้บอดี้บัตเตอร์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวกายและยังช่วยให้ผิวเราเรียบเนียนกระชับขึ้นส่วนผิวหน้าเราก็จะบำรุงด้วยไฮเดรติ้งอิมัลชั่นและรีไวทอลไลซิ่งเฟซมาส์กเพื่อเติมความชุ่มชื้นและคืนความกระจ่างใสให้กับผิวค่ะ”

ปิดท้ายที่คุณแม่คนเก่ง ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล กล่าวว่า “เราโชคดีที่ตอนท้องไม่ได้แพ้ท้องไม่มีสิวไม่มีรอยแตกลายไม่มีฝ้ากระให้คอยกังวลใจแต่จะมีเพียงอาการผิวแห้งขาดน้ำและระคายเคืองได้ง่ายกว่าปกติสำหรับการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเราจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติไม่มีน้ำหอมไม่มีแอลกอฮอล์เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองสำหรับผิวกายเราจะใช้บอดี้บัตเตอร์ด้วยเป็นประจำเพื่อเติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวป้องกันผิวจากการเกิดรอยแตกลายส่วนผิวหน้าก็จะบำรุงด้วยไฮเดรติ้งอิมัลชั่นเป็นประจำยิ่งช่วงนี้ลูกสาวเริ่มโตแล้วทำให้เรามีเวลาออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่เพื่อรูปร่างที่กระชับได้สัดส่วนสวยงามค่ะ”

ฟื้นฟูสภาพผิวของคุณแม่หลังคลอดให้กลับมามีสุขภาพดีกับผลิตภัณฑ์ ‘บอดี้บัตเตอร์’ (Body Butter),ไฮเดรติ้งอิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion) และ ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซมาส์ก’ (Revitalising Face Mask)ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา