ท่องโลกธรรมชาติแบบ New Look สนุกสุดฟินที่ “Safari World”

ไลฟ์สไตล์น่าสนใจจาก “ไปกับโปร” ครั้งนี้แนะนำพิกัดพาเที่ยวสุดตื่นเต้นที่ Safari World โลกอีกใบที่ใครๆ ก็ต้องรู้จักในวัยเด็ก สถานที่จำลองอาณาจักรและธรรมชาติสัตว์ป่าแห่งแอฟริกา ก่อนหน้านี้ต้องงดให้บริการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง พร้อมความแปลกใหม่ที่จะทำให้ทุกคนมีความสุข สนุกสนานมากขึ้นกับการได้เที่ยวโลกของสัตว์ป่าแห่งนี้

ซาฟารีเวิลด์ (Safari World) นั้นได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนด้วยกัน คือ ซาฟารีปาร์ค (Safari Park)  และ มารีนปาร์ค” (Marine Park) ลองมาทำความรู้จักกันซักหน่อยว่าแต่ละโซนมีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆ ง่ายต่อการวางแผน จะได้เต็มที่ในทุกๆ โซนกันไปเลย 

Safari World 

ซาฟารีปาร์ค (Safari Park) เป็นโซนที่มีสัตว์หลากสายพันธุ์อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ มีระยะทางยาวประมาณ 8 กม. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที นักท่องเที่ยวสามารถขับรถยนต์เข้าไปด้วยตนเองหรือใช้บริการรถโค้ชของซาฟารีเวิลด์ ในส่วนของค่าบริการนั้นตกอยู่ที่ท่านละ 60 บาท ซาฟารีปาร์ค (Safari Park) นั้นเต็มไปด้วยสัตว์ป่าอนุรักษ์ สัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์แปลกและสัตว์หายากนับพันตัว นอกจากนี้ยังมีอุทยานนกน้ำที่หาดูได้ยากในประเทศไทย มีฝูงนกนานาชนิดทั้งใหญ่และเล็ก ที่ส่วนใหญ่บินมาจากท้องฟ้าตามธรรมชาติ  มาอาศัยทำรังวางไข่ออกลูกที่นี่ตลอดทั้งปี เพราะที่นี่เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์

Safari World

Safari World

ไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีไฮไลท์กิจกรรมที่ห้ามพลาดอย่างการโชว์ฟีดดิ้ง (เวลา 10.00 น.) เป็นโชว์ดูการให้อาหารเสือและสิงโตแบบใกล้ชิด พร้อมนั่งรถชมสัตว์นานาชนิด ทั้งฝูงม้าลาย ยีราฟ แรดขาว ควายป่า หมีควาย ซึ่งระหว่างทางจะพบฝูงนกพันธุ์ต่างๆ ที่หาดูได้ยากมากมายเดินกลางถนน เรียกว่าเรียลเหมือนได้ไปเดินป่าแอฟริกาจริงๆ เลย

Safari World

ในส่วนของโซน มารีนปาร์ค (Marine Park) พื้นที่ที่รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่นสบายตาพร้อมเดินชมสัตว์และโชว์ต่างๆ ได้ตามความสนใจ บนพื้นที่กว่า 250 ไร่ มีทั้งโซนแสดงสัตว์น้ำ สามารถแวะชมความอลังการกับโชว์ระดับโลกทั้ง 7 โชว์  ตื่นเต้นกับสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์ ทึ่งกับความแสนรู้และความสามารถที่เกิดจากการฝึกฝน สำหรับเด็กๆ พาไปนั่งเรือชมธรรมชาติที่ริเวอร์ซาฟารี ก็น่าจะตื่นเต้นไม่น้อย

Safari World

Safari World

ตื่นตาตื่นใจกับจุดที่ต้องหยุดเดินอย่าง มาคอว์แลนด์ จุดแลนด์มาร์คที่สามารถถ่ายภาพกับนกแก้วมาคอว์ถึง 250 ตัว และโซนใหม่ Parrots Lane ป่านกแก้วสายพันธุ์หายาก อาทิ นกคอนัวร์สีทอง (Golden conure) นกแก้วอเมซอนหัวเหลือง (Double yellow-headed amazon) และแวะถ่ายรูปกับให้อาหารน้องหงส์ก็เพลินไปอีกแบบ

Safari World

อีกจุดที่ห้ามพลาดกับ Giraffe Terrace โซนที่ใครๆ ก็ต้องถูกใจและมีรูปคู่กับยีราฟ พบกับยีราฟกว่า 200 ตัว กับเทอเรสที่ปรับปรุงใหม่ที่เปิดโอกาสให้ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ตัวใหญ่คอยาว พร้อมให้อาหารยีราฟ ถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่หาทำได้ยาก  และใหม่ล่าสุดกับ ‘Long Bar’ บาร์เก๋ๆ ตั้งอยู่บนยีราฟเทอเรส ศาลาเลี้ยงอาหารยีราฟกับสีสันและลวดลายของไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟและเครื่องดื่มลายยีราฟ 

นอกจากนี้ ยังมีโซน Primate World ที่รวบรวมลิงสายพันธุ์หายากต่างๆ อาทิ แมนดริล (Mandrill) ค่างห้าสี (Red-shanked douc langur) ลิงโคโลบัส (Abyssinian black-and-white colobus) ภายในยังมีอาณาจักรของลีเมอร์ (Lemur) ที่เรียกว่า “ลีมูเรีย“ (Lemuria) รวมลีเมอร์หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ลีเมอร์หางปล้อง (Ring-tailed lemur) ลีเมอร์สองสี (Black-and-white ruffed lemur

Safari World

แวะทักทายกับอุรังอุตังเพื่อนรัก ที่มาในรูปแบบ Social Distancing มีฉากใสกั้นระหว่างกัน ปลอดภัยแน่นอน จะถ่ายกับน้องกี่ท่าก็จัดไปเลยเพราะน้องเค้าเป็นดารารุ่นใหญ่ ผ่านงานโฆษณามาเพียบ 

และพบโซนสัตว์มาใหม่จากอเมริกาใต้ อย่างนกโทโก ทูแคน (Toco toucan) และจากแอฟริกา อาทิ เต่าเดือยแอฟริกา (Sulcata tortoise) โซนป่าของเอเชียที่รวบรวมสัตว์ประเภทต่างๆ อาทิ สัตว์ป่าสงวนของไทยอย่างสมเสร็จ ตะโขง และห้ามพลาด! ลูกสิงโตเผือกเกิดใหม่ จัดแสดงในโซนโลกของสัตว์สีขาว White World

Safari World

สำหรับ 7 โชว์ไฮไลท์ของซาฟารีเวิลด์บนเวทีการแสดงที่ยิ่งใหญ่ ในยุค New Normal มีการจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง ไม่แออัด สามารถรักษาระยะห่างกันได้เพื่อชมการแสดงสุดประทับใจ อาทิ โชว์โลมาแสนรู้ การแสดงสงครามจารกรรมที่ปรับปรุงใหม่ตั้งแต่ทางเข้าสุดอลังการ และยังมี Manatee Aquarium ขนาดใหญ่ เพื่อชมน้องใหม่ วัวทะเล สัตว์น้ำหายากจากประเทศคองโก แอฟริกา มีที่แรกในไทย และเพียงแห่งที่ 2 ของเอเชีย

Safari World

ระหว่างวันไม่ต้องกลัวหิว เพราะที่นี่มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ทั้งของคาวและของหวานไว้คอยบริการตลอดเส้นทางเดิน แถมมาในธีมซาฟารีน่ารัก มีรูปสัตว์และเมนูพรีเซนเทชั่นไม่หลุดธีมสวนสัตว์มีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ทั้งภัตตาคารอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ไทย – ฝรั่ง – อินเดีย อาหารจานเด็ดแนว Street Food ขึ้นชื่อของเมืองไทย อย่างก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตและส้มตำสุดแซ่บ ณ ‘Waterside Food Court’ 

Safari World

คาเฟ่นี้ห้ามพลาด ‘Animal Café’ คาเฟ่ขนมหวานธีมสัตว์ป่าแห่งแรกของเมืองไทยที่นำสัตว์ Highlight ของซาฟารีเวิลด์มาออกแบบเป็นเมนูของหวาน บรรยากาศสไตล์ซาฟารี มีขนม เครื่องดื่มและอาหารให้บริการหลากหลายเมนู

Safari World

ระหว่างทางก็มี ‘Tiger Burger’ ร้านเบอร์เกอร์สไตล์ซาฟารี ได้แรงบันดาลใจจากเมนูยอดฮิตของไทย ‘เสือร้องไห้’ มีเบอร์เกอร์ให้เลือกครบเลย ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และอาหารว่างอย่างนักเก็ตและเฟรนช์ฟราย 

ทั้งนี้ ซาฟารีเวิลด์มีมาตรการการรักษาระยะห่าง ปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐอย่างเข้มงวด โดยได้ผ่านการตรวจประเมินจากสำนักงานเขต และกรุงเทพมหานคร ก่อนเปิดให้บริการในครั้งนี้ พื้นที่ภายในเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบกลางแจ้ง พื้นที่กว้างขวาง อากาศถ่ายเทใต้ต้นไม้ร่มรื่น ตามมาตรฐาน Social Distancing สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 10,000 คนต่อวัน มีมาตรการคุมเข้มดูแลรักษาสุขภาพ และสุขอนามัย ทั้งนักท่องเที่ยว พนักงาน และสัตว์กว่า 50,000 ตัว

Safari World

มีจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ และเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าใช้บริการและภายในปาร์ค มีการรักษาระยะห่างในการเที่ยวชมสำหรับนักท่องเที่ยวและสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่นั่งสำหรับชมการแสดง จุดทานอาหาร การเปิดให้ลงทะเบียนเข้า-ออก ผ่านแพลตฟอร์ม ‘ไทยชนะ’ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบ New Normal สุดพิเศษในครั้งนี้ก่อนใครที่ ซาฟารีเวิลด์ เดือนกรกฎาคมนี้ ซาฟารีเวิลด์เปิดให้บริการในวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-5181000 ที่หรือ https://www.facebook.com/safariworld.bangkok